วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

บทนำ 100%


แสงตะวันโผล่ออกจากของฟ้า ดาวตะวันสีแดงป่นส้มเข้มเริ่มครอบครองพื้นที่ที่เคยมืดสนิท พระจันทร์ที่เคยลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าในยามค่ำคืนค่อย ๆ ถูกแสงของดวงตะวันกลบ ทันใดนั้นเสียงที่น่ารำคาญที่เราเรียกมันว่า นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น
 โอ๊ยเวลาหลับเวลานอนมันชั่งน้อยจริง ๆผมสบถพร้อมกับใช้มือปัดนาฬิกาที่กำลังส่งเสียงน่ารำคาญลงไปตั้งตะง่าอยู่บนพื้น แต่มันก็ไม่กระทบกระเทือนแต่อย่างไร ผมกำลังคิดว่าขนาดได้มันมาฟรีแล้วยังใช้ได้ดีซะขนาดนี้ถ้าผมไปซื้อมันมาเองแล้วล่ะก็ผมว่าปาตกน้ำไปแล้วมันก็ยังส่งเสียงอันน่ารำคาญได้อีกเป็นแน่ ในขณะที่ผมกำลังบ่นด่านาฬิกาปลุกจอมอึดของผมอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ทัยตื่นได้แล้วมันเช้าแล้วนะ ทัย ทัย เฮ้อ ๆ ทัย ๆ อยู่ได้น่ารำคาญจะเรียกอะไรกันนักหนา เสียงบ่นจากนอกประตูที่ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าเป็นใครก็ดังขึ้น ผมชันตัวลุกจากเตียงที่แสนจะนุ่มและอุ่น กึ้ย! พึงรู้สึกทำไมวันนี้มันหนาวแบบนี้ฟ่ะเนี้ย ผมมองซ้าย ขวาหาเสื้อโค๊ต แล้วก็เจอผมเดินไปหยิบเสื้อโค๊ตมาใส่แล้วก็พยายามเดินไปที่ประตูให้ช้าที่สุด ผมว่าข้างนอกมันต้องหนาวกว่านี้เป็นแน่ แล้วก็บิดลูกบิดประตูที่เย็นอย่างกะมีน้ำแข็งมาเกาะเปิดออก
อะไรของแกเนี้ยะปลุกแต่เช้าเลย เห็นใจคนนอนดึกหน่อยสิผมสบถใส่ไอ้คนที่ยืนอยู่ทำหน้านิ่งเหมือนหุ่นไม้ ผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีดำสนิทมืดมิดและโคตรจะมืดมน เอ่อผมลืมบอกไปมันเป็นพี่ผมชื่อคิว อายุ 18 ปีแก่กว่าผมปีหนึ่ง แต่จะไม่จำว่ามันเป็นพี่ผมก็ได้นะ ผมก็ไม่นับถือมันเป็นพี่หรอก
 เมื่อไรจะตื่นเช้าเหมือนคนอื่นเขาบ้างซักทีมันบ่นแล้วมองหน้าผมที่ยังไม่ทันจะตื่นเต็มตา ใช้มือขยี้ตาอย่างมึน ๆ กับการพึงตื่น เอ่อ ๆ รู้แล้ว ๆ 5 นาที 10 นาทีก็ไม่ได้จะรีบไปทำไมโรงเรียน มันไม่หนีแกหรอกน่าไอ้คนบ้าเรียนเอ๋ยผมพูดก่อนจะเมินมันเป็นเดินเข้าห้องมาแล้ว มันก็ละเมิดสิทธิเดินตามเข้าห้องมาอย่างหน้าตาเฉย
เฮ้ย ๆ เข้าห้องคนอื่นก็ขออนุญาตด้วยผมพูดแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในตู้เตรียมตัวจะอาบน้ำ “…..”  มันไม่ได้ตอบอะไรแค่เพียงมองหน้าผม จากนั้นผมก็ละสายตาจากมันแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ประมาณกว่ายี่สิบนาทีผมก็อาบน้ำเสร็จ ผมเดินออกมาจากห้องน้ำใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกอยู่ พอเงยหน้ามองที่ห้องก็เจอที่มนุษย์คนหนึ่งนอนอุตุอยู่ที่โซฟาตัวโปรด
แม้ ๆ กล้ามาพูดว่าชาวบ้านตื่นสายแล้วดูมันดิผมบ่นพรึพรำ แล้วสายตาผมก็ปะเจอกับกับปากกาเมจิกที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะทำงาน หึๆผมสะแหยะยิ้มอย่างน่าขนลุกชนิดที่ว่าใครเห็นมันคงไม่อยากเข้าใกล้ แล้วก็เดินไปหยิบปากกาเมจิกมาแล้วจัดการระบายลงบนหน้ามนุษย์ที่นอนสบายอยู่ ฮ่า ๆ ผมหัวเราะแต่ให้เงียบที่สุดไม่ให้เสียงรอดออกไป เดี่ยวมันจะตื่นซะ หลังจากนั้นผมก็แต่งตัวอย่างเร็วด้วยความเร็วแสง แล้วก็ลงไปชั้นล่างคิดเมนูอาหารเช้าที่จะเขมือบไว้ในหัวในขณะที่กำลังลงลิฟท์พอถึงชั้นที่หนึ่ง ก็มองหาที่นั่งแล้วก็เรียกพนักงานมาเพื่อจะสั่งอาหารเช้า แต่ผมจะสั่งของหวานเพิ่มดีไหมน่า ขณะที่กำลังคิดไอ้ขี้เก๊กเฮ้ยไม่สิ ทำไมมันตื่นเร็วจัง อย่าบอกนะว่ามันแกล้งหลับ ไม่ทันไรมันก็เดินมาถึงโต๊ะที่ผมนั่งอยู่
เผลอหลับไปแปบเดี่ยวแกล้งกันแรงนะ ปากกามันล้างออกกยากนะถ้าล้างออกยากแกก็ไม่มาเร็วขนาดนี้หรอก ผมบ่นในใจ แล้วผมก็พยายามทำหน้าสำนึกผิดเอาเมนูแบบเมื่อวาน 2 ชุดครับเฮ้ยมันสั่งอาหารตัดหน้าช้านนนนนนนนนนนนนน ค่ะรอซักครู่นะค่ะแล้วแม่พนักงานสวยก็เดินไป ฮือ ๆ อาหารเช้าที่แสนอร่อย ต้องกลายเป็นเมนูแสนจะเอื้อนอีกแล้วเหรอเนี้ยะ
เฮ้ยคิว แกอย่าสั่งอาหารตัดหน้าฉันดิฟ่ะผมแหกปากโวยวาย
อย่าพูดมาก คนจ่ายเงินฉันนะ
“….”เอ่อมันจ่ายจริง เฮ้ยไอ้ขี้โกง
แน่จริงก็เอาบัตรเครดิตฉันคืนมาดิเฟ้ย ยังไม่ทันที่ผมจะเถียงกับมันจบอาหารก็มาเสริฟ เฮ้ย ๆ แกจะรีบทำกันไปไหน อาหารเช้าวันนี้คือ Fettuccine with rock lobster เป็นเส้นเฟตตูชินี่ที่ทางทำเองนำมาผัดกับร็อคล็อบสเตอร์ ใส่มะเขือเทศเชอร์รี่ และใส่ไวท์ไวน์ซอส ชิมรสชาติเส้นเฟตตูชินี่เหนียวนุ่มเคล้ารสชาติซอสที่มีรสกลมกล่อมละเมียดลิ้น กินเข้ากับร็อคล็อบสเตอร์เนื้อหวาน แต่ผมกินไอ้นี่มัน 3 มื้อติด ๆ กันแล้ว
แกไม่เบื่อบ้างรึไงเนี้ยผมมองอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าสลับกับไอ้คนที่มันสั่งมาอย่าบ่นมากเมื่อกี้ทำหน้าหิวไม่ใช่เหรอกิน ๆ เข้าไปสิ
หน้าฉันจะกลายเป็นลูกมะเขือเทศแล้ว แต่กินเข้าไปอีกมื้อคงไม่ตายหรอกแล้วผมก็จัดการกับอาหารตรงหน้า แต่ก็ดูสึกได้ว่าไอ้ขี้เก๊กมันมองผมก่อนจะหยิบซ้อมกับมีดที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วกินตาม พอผมชัดการอาหารที่เอี้ยนแบบสุดจะทนเสร็จแล้ว ผมกับไอ้ขี้เก๊กก็เดินออกจากคอนโดเพื่อไปลานจอดรถ
รถรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์ไฮเอนด์เนียนที่ไอ้ขี้เก๊กพึงไปถ้อยมาก็มาจอดอยู่หน้าผม เมื่อจัดแจงขึ้นรถเสร็จเรียบร้อยรถก็ออกตัวอย่างเร็ว เฮ้ย ๆ ขับดี ๆ หน่อยดิอาหารเช้าฉันจะออกแล้วนะเฟ้ยผมบ่นเสียงดังในขณะที่ไอ้ขี้เก๊กขับรถแซงซ้ายแซงขวาแบบไม่เกรงใจใครหรือจะให้ขับแบบเมื่อวานมันตอบเสียงเรียบในขณะที่หน้ามองไปที่ถนน เอ่อ..ไม่ต้องฉันไม่อยากตายเมื่อจบประโยคผมก็นั่งนิ่งไม่พูดตลอดทาง ไม่นานนักเราก็มาถึงโรงเรียน ดีที่มาถึง ข้างหน้าเราก็ประตูบานมหึมามาพร้อมกับป้ายชื่อโรงเรียนที่ใหญ่ไม่แพ้กันซึ่งบ่งบอกถึงความมีระดับและหรูหรา เอ่อเอาง่ายๆ คือไอ้โรงเรียนนี้มันเวอร์  รถเลี้ยวเข้าประตูแล้วจอดให้ผมลง ให้ไอ้ขี้เก๊กเอารถที่จอดที่ลานจอดรถ ผมเดินไปหน้าที่ม้าหินอ่อนรอ
 ซักพักผมก็ได้ยินเสียง กรี๊ดดด พี่คิวมาแล้วล่ะเธอนักเรียนสาวประมาณราวๆ ผมพูดถึงในวงเพื่อนจริงเหรอ ๆเพื่อนอีกหลายคนก็มองไปยังไอ้ขี้เก๊กที่กำลังเดินมาหาผม ทัยไปได้แล้ว รู้สึกตัวอีกทีมันก็มาอยู่ตรงหน้าผมแล้วดึงผมลุกจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังตึกเรียนของแผนก ม.ปลาย ไปได้แล้วแกน่ะถึงหน้าตึกแล้วฉันไม่หลงหรอกน่าผมหยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ามาพูด เดินไปเถอะ ฉันอยากเห็นสภาพห้องเรียนของนายมันไม่คิดจะหยุดแถมเดินนำหน้าผมไปด้วยอีก แกรู้ว่าฉันเรียนห้องไหนรึไงเดินนำเชี่ยว  แล้วผมกับไอ้ขี้เก๊กก็เดินขึ้นบันไดมาหยุดอยู่หน้าห้อง ม.5/2มันพรึมพรำขึ้นพลางมองไปรอบ ๆ ห้อง ผมเดินเข้าห้องไปเอาประเป๋าวางที่โต๊ะอย่างทุก ๆ วัน ไปได้แล้วผมพูดไล่มันอีกครั้งงั้นห้าโมงจะรอที่รถพอพูดเสร็จมันก็เดินจากไปไม่สนใจว่าผมจะพูดอะไรต่อไหนและที่สำคัญ หน็อย!ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลจะเฟ้ยถึงจะให้แกมารับมาส่ง เฮ้ยทัย พี่นายมาส่งถึงห้องเลยเหรอดีว่ะเพื่อนในห้องคนหนึ่งมาจับที่ไหล่ผมแล้วพูดพร้อมกับขำไปด้วย เหมือนบอกนัย ๆ ว่าผมยังเหมือนเด็กอยู่ “…” ผมไม่ได้ตอบอะไรและคิดเพียงแค่นี่มันคือเสียงนกเสียงกาเท่านั้น แล้วเพื่อนกลุ่มอื่นก็พาหัวเราะไปด้วยไม่ต้องถามก็รู้ว่าอะไรหัวเราะเยาะผมอยู่ เสียงนกเสียงกา ๆ ผมพยายามพูดข่มตัวเองไม่ให้กำปันใส่หน้าไอ้คนที่เริ่มเรื่อง เพราะไม่งั้นผมก็คงไปนั่งเล่นที่ฝ่ายกิจกรรมนักเรียนอีกเป็นแน่ ในขณะที่ผมกำลังหาอะไรทำแก้เซ็งก็เจอเข้ากับคนรู้จัก
ดีป้ามาเดินทำอะไรแถวนี้เนี้ยแผนกของมหาฯลัยมันอยู่ทางโน้นไม่ใช่เหรอผมทักป้าไม่สิเขาเป็นเพื่อนพี่ที่รักผมเองชื่อคุ๊กกี้ อายุห่างจากผมก็หนึ่งปีและเหมือนป้านี่ก็ชอบพี่ที่เคารพของผมอยู่ด้วย
ฉันเดินเอาเอกสารการเรียนมาให้อาจารย์ยะเพ่งหน้าแตกเลยเราเล่นมุกป้าไม่เล่นด้วย
ใช่ ๆ ทัยวันนี้ฉันขอกลับบ้านด้วยได้ไหม พอดีมันนี้แม่ฉันมีธุระมารับไม่ได้แล้วป้าแกก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วจนผมตามไม่ทัน
รถเม ๆผมพูดบอกปัดฉันไม่เคยนั่งหรอก นะๆ ทัยให้ฉันกลับด้วยนะ ป้านี่ทำหน้าอ้อนผม เฮ้อจะเอาไงดี แต่บ้านป้าแกอยู่คนละทางกับคอนโดผมเลย ที่จะขอไปด้วยรู้หรอกว่าอยากจะนั่งรถกับคิว แต่เดี่ยวแบบนี้มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน หึ ๆ ผมคิดแผนอันชั้วร้ายในหัว
ก็ได้ ๆพอผมพูดเสร็จป้าแกก็ทำหน้าดีอกดีใจใหญ่
แต่
1อาทิตย์นี้ต้องทำการบ้านให้ฉันด้วย โอเครึเปล่าป้าแกคิดอะไรครู่หนึ่ง
ได้ ๆ เรื่องเล็กแล้วป้าแกก็ตกลง หึ ๆ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
ทุกวิชาผมเสริมอีก
            ได้ทุกวิชา เดี่ยวสิ! ถ้าทำให้เธอทุกวิชาแล้วฉันจะเอาเวลาไหนไปทำการบ้านฉันล่ะ
            แต่เมื่อกี้ป้าตกลงแล้วไม่รู้ล่ะผมพูดอย่างไม่สนใจคำคัดค้านแต่อย่างได
            ถ้าอย่างนั้นนายก็บอกคิวด้วยว่าฉันจะขอกลับบ้านด้วยทุกวันเลยแล้วกันแปลกับการทำการบ้านให้นายยัยป้านี่พูดเองเอ่อเองไปแล้วได้คืบจะเอาคอกรึไง
              ถ้ามันบอกว่าได้ฉันก็โอเคล่ะนะแต่ถ้ามันบอกว่าไม่ได้ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้นะป้า
              ย่ะว่าเสร็จป้าแกก็รีบเดินไป ผู้หญิงสมัยนี้เข้าใจยากชะมัด
ก่อนผมจะล่ะสายตาไปจากไปไม่ทันจะถึงสิบนาทีอาจารย์ที่จะสอยวิชาแรกก็เข้ามาอย่างพอดิบพอดี
              “ทุกคนทำความเคารพ
              สวัสดีครับ/ค่ะเฮ้อเป็นงี้ทุกทีเลยพอจะเริ่มเรียนก็ง่วงนอนทันทีเลย ตาลายหมดแล้วนอนเอาแรงก่อนดีกว่า เดี่ยววิชาต่อไปค่อยตั้งใจเรียนก็ได้