วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

บทที่ 1 ท่องโลกต่างมิติ 100%


                ท่านโรฟอน ท่านโรฟอนเสียงปลุกที่น่ารำคาญเป็นครั้งที่สองของวันนี้ ผมพยายามลืมเปลืองตาพื้น เห้! โรฟอนนี่ใครล่ะหว้า อย่าบอกนะว่ามันเรียกผม! เฮ้ยไม่จริงน่าผมชื่อทัย  ฮ่าๆตลกแล้ว ผมลืมตาแล้วพยุงตัวขึ้นจากเตียงที่ไม่คุ้นแล้วมองไปรอบ ๆ ห้องที่นี่มันที่ไหนกันแน่ล่ะเนี้ย ผมจำได้ว่าเมื่อกี้ผมหลับเอ้ย!เรียนอยู่ห้องเรียน แล้วนี่มันก็ศตวรรษที่ 21 ใช้คำว่าท่านเนี้ยนะ ผมมองหน้ามันชัด ๆ ทีเป็นเพราะพึงตื่นล่ะมั่งตาผมมันยังพล่ามัวอยู่เลย
                น่ารำคาญน่าอาเธอร์เฮ้ อาเธอร์แล้วผมไปรู้ชื่อมันได้ยังไงผมมองชายวัยประมาณ20ปีกว่าๆแต่งชุดเหมือนกับทหารองครักษ์ของพระราชินีในพระราชวังอังกฤษ และรวมกับถึงผมสีดำสนิทนัยน์ตาสีราวกับมหาสมุทรที่ดูลึกลับ ฮ่าฝันแน่ๆผมใช้มือยิกแก้วตัวเอง
                “”โอ๊ยเจ็บไม่ได้ฝันสินะท่านโรฟอนทำอะไรหรือมันถาม
                 “อ่ะเอ่อไม่มีอะไรๆผมกัดฟันตอบรู้ไว้ซะด้วยตอนนี้ถ้ามีกระจกให้แก้วผมมันคงจะแดงก่ำหมดแล้ว
                “ข้าได้รับมอบหมายให้ตามหาท่านตั้งแต่สี่วันที่แล้ว ท่านเบลเลอ โรฟอนเรื่องอะไรกันล่ะเนี้ย ชักจะ งงไปหมดแล้ว แล้วไอ้ชื่อเห้ยๆนั่นมันอะไรกันชื่อผม นรันกร เดชศศิวัฒนถาวรกุลเฟ้ยอย่ามาเอาชื่อเห้ยแบบนั่นมันเรียกผมนะ
                ข้าเตรียมชุดไว้ในท่านแล้วอยู่ทางโน้นนะขอรับ ข้าอยากให้ท่านรีบด้วยนะขอรับเพราะการหายตัวไปขอท่านทำให้พวกเราเดือดร้อนกันมากนะขอรับ ข้าขอตัวไปรอข้างนอกครับผมอ้างปากค้าง เอ้ย! มันไม่หยุดให้ผมปริปากแทรกได้เลย แล้วพอจบมันก็เดินออกไปหน้าตาเฉยไม่รอว่าผมจะพูดอะไรต่อเลย แล้วพอไอ้บ้าอาเธอร์เดินออกจากห้องไปเสร็จแล้วผมก็เดินไปรอบๆดูห้องใหม่ที่ตอนนี้มันก็คงกลายเป็นห้องของผมเรียบร้อยแล้ว มันเป็นการตกแต่งแบบเรียบๆ แต่ห้องใหญ่โตไม่แพ้กับห้องที่ผม (จริงๆ) แต่ตอนนั้นเสียงเอะอะจากข้างล่างก็เรียกความสนใจจากผมได้ดี ทำให้ผมมองไปยังด้านล่าง มันเป็นสนามที่กว้างมาก ๆ เกือบๆสี่ห้าไร่ได้ มีทหารจำนวนนับไม่ทวนกำลังฝึกซ้อมคล้ายกับการรบ รบ! ผมว่าผมเข้าใจไม่ผิดทั้งดาบ ธนูอาวุธมันไม่ควรมีในยุคของผมแน่ๆ ผมเริ่มจะปวดหัว เลยถ้อยห่างจากหน้าต่าง
                เอ่อว่าแต่ไอ้บ้านั่นวางชุดไว้ตรงไหนผมมองไปรอบๆแล้วก็เจอเข้ากับชุดที่พับไว้อย่างเรียบร้อยผมเอาชุดนั่นขึ้นมาดู เอ่อชุดคล้ายๆกับเจ้านั่นเลยแต่เหมือนผม แต่ของผมมันเป็นชุดสีดำแล้วยศที่ติดเต็มไปหมด มันคงจะหนักใช่เล่นเลย ผมจัดแจงแต่งชุดที่ได้มาอย่าไม่เต็มใจซักเท่าไร ให้ตายทำไมเด็กมอห้าอย่างผมต้องมาเจอเหตุแบบนี้ด้วยล่ะเนี้ย
                เอ่อท่านโรฟอน ข้าว่าท่านลืมอะไรไปซักอย่างมันมองผมอย่างพิจารณา
                อะไรล่ะ
                ........มันไม่ได้ตอบเพียงแต่เดินเข้าห้องผมไป แล้วเดินหยิบอะไรบ้างอย่างออกมา
                นี่ขอรับมันเอาสร้อยเส้นหนึ่งให้ผมมันเป็นสร้อยคริสตันดาวหกเหลี่ยม
                มันเป็นของสำคัญมากสำหรับท่านมิใช่หรือขอรับสำคัญงั้นหรือ?ผมมอง ๆ ดูสร้อยเส้นนี้อีกรอบเอ๋?ทองคำนี่น่า มันทองคำสีเจิดเป็นรูปดาวเล็ก ๆ
                “อ่าใช่มันสำคัญมาผม เอ้ย! ข้าจะเก็บมันอย่างดีเลย
                ท่านนี่พูดจาแปลกๆนะขอรับ ข้าเห็นท่านดูแลรักษามันมานานแล้วนะขอรับก่อนข้าจะเข้ามาอีก
                “เอ่อ...นั่นสินะผมตอบอย่างยิ้มๆ จะบ้ารึไงผมพึงเคยเห็นนี่แหละเฟ้ย หลังจากคุยกันจบมันก็พาลงมาจากตำที่น่าจะเป็นที่พักส่วนตัวของผมโดยเฉพาะ เดินไปทางป้อมปราการเก่าๆยังกับปราสาทร้างไม่มีผิด
อยากจะรู้จริง ๆ ว่าไอ้ที่สั่งให้สร้างคิดอะไรอยู่ กะให้มันเป็นสวนสนุกรึไงกัน จะอะไรเล่าทางขึ้นๆลงๆที่น่ามึนแบบนี้เดี่ยวเลี้ยวซ้าย ขวา และแล้วผมกับไอ้บ้าอาเธอร์ก็มาหยุดอยู่หน้าบานประตูใหญ่มหึมา เป็นไม้ดูเรียบแต่อลังการซะไม่มี กึ๋ย! รู้สึกเหมือนจะมีรังสีอำมหิตมากๆจากในห้อง
                เข้าไปกันเถอะขอรับท่านโรฟอนว่าเสร็จเจ้านี่ก็ผลักประตูบานใหญ่เข้าไป ผมได้แค่ยืนแข็งเป็นหิน แล้วมันก็เดินนำหน้าผมเข้าไปในห้องนั้นทำให้ผมต้องเดินตามเข้าไป พอเดินเข้าไปก็เจอกับโต๊ะที่ตั้งตะหง่าอยู่กลางห้อง ซึ่งมีคนนั่งอยู่พร้อมกับทำหน้าเคร่งเครียด แล้วมองตรงมาที่ผม อะไรกันเนี้ย ในขณะที่กำลังจะปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศอยู่นั่น
                โรเจ้าหายไปไหนมารู้ไหมข้าเป็นห่วงเจ้าขนาดไหน ข้ากินไม่ได้นอนไมหลับเลยนะอยู่ดีก็มีคนลุกจากโต๊ะโผล่เข้ากอดผมแบบไม่ได้ตั้งตัว ทำเอาผมพูดอะไรไม่ออกแถมมันก็เป็นผู้ชาย รูปร่างดีผมสีทอง ตาคมแกรบ ผิวสีขาวตัดกับดาวตาที่ดำโดยสิ้นเชิง
                เอ่อ คือข้า
                ไม่ต้องเอ่ออ่ออะไรกันแล้วรู้ไหมมันเป็นข่าวร้ายขนาดไหนที่คนอย่างเจ้าอยู่ ๆ ก็หายตัวไป แล้วก็ดันทิ้งงานการคัดเลือกทหารเข้ามาในหน่วยแบบนี้ไอ้คนที่นั่งอยู่เอ๋ยขึ้นซึ่งมีผมปะบาสีดำออกน้ำตาล นัตน์ตาสีเลือดและคมกริบเหมือนว่าฆ่าคนได้เลยทีเดียว
                “ท่านเอิร์ล ข้าว่าท่านโรฟอนคงมีข้อแกตัวที่น่าฟังอยู่แน่ ๆท่านใจเย็นก่อนเถอะอีกคนที่นั่งอย่างสบายใจโพล่ขึ้นท่าทางเขาจะไม่ได้ทำท่าโกรธหรือไม่พอใจกับผมเหมือนกันไอ้เจ้าตัวใหญ่ที่ทำท่าเหมือนด่าผมเหมือนกี้นี้ แต่เวลามันยิ้มให้ผมแล้วมันทำให้ผมขนลุก
                เอ่อยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรหรอกนะแต่ ขอถามอะไรขอสิพวกนายเป็นใครกัน?
                “อย่ามาล้อเล่นนะโรฟอน อาทิตย์นี้ข้าเครียดกับงานมามากพอแล้วนะไอ้คนตัวโตตะโกนขึ้นอีกระรอบ จะทำไงได้ฟ่ะก็คนมันไม่รู้เรื่องจริงนี่หว้า
                ใจเย็นท่านเอิร์ลแล้วการเรียกหัวหน้าแบบนั้นข้าว่ามันไม่เหมาะไอ้บ้าอาเธอร์พูดขึ้น มันมองผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจเหมือนกันแต่มันก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ
                เจ้าจำข้าไม่ได้เหรอโร ข้าไงไวท์มันเขย่าตัวผมเป็นการใหญ่ แล้วมองดูเหมือนมันก็น่าจะรู้แล้วว่าทำยังไงผมก็จำอะไรไม่ได้อยู่ดี แล้วคืนถ้ามันเขย่าไปมากกว่านี้ผมคงจะกระโดดถีบมันแน่ ๆ
                “เอ่อแล้วผมเอ้ย ข้าก็มีเรื่องถามพวกเจ้าเหมือนกันที่นี้ที่ไหน? แล้วข้าชื่อโรฟอน?เมื่อยิงคำถามนี้เข้าไปคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ทุกคนก็พากมองผมเป็นตาเดียวไม่เพียงแต่พวกที่พูดเมื่อกี้แล้วยังพวกที่นั่งนิ่งอยู่
                ข้าว่าดูแค่นี้ก็น่าจะรู้กันแล้วนะขอรับว่าท่านโรฟอน จำอะไรไม่ได้เลยอาเธอร์พูดขึ้น
                ถ้าเรื่องจริงงั้นข้าดูช่วยเองว่าแล้วไอ้คนที่ชื่อไวท์มันก็เปลี่ยนจากจับบาผมเมื่อกี้เป็นจับมือแล้วลากผมมาหน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยมาก ๆ แต่งตัวคล้ายกับไอ้คนตัวโตเมื่อกี้
                อันเซียร์ช่วยโรหน่อยสิ ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งเรื่องการรักษาโรค
                “จะบ้ารึ ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านโรฟอนเป็นโรคอะไรข้าจะรักษาได้อย่างไร?แล้วพี่สาวก็ว่าขึ้น เอ๋ทำไมผมถึงเรียกว่าพี่สาวน่ะเหรอก็ดูท่าจะแก่กว่าผมมากโขเลยทีเดียว
                “แล้วเจ้าช่วยอะไรไม่ได้เลยเหรอ?
                “ไม่ ข้าไม่เคยเจอแบบนี้ข้าช่วยอะไรไม่ได้หรอกดีแล้วเพราะมันยังไงไอ้ความทรงจำที่มันไม่มีตั้งแต่แรกมันก็ไม่มีทางกลับมาหรอก
                “เลิกเอะอะกันได้รึยัง มันน่ารำคาญเสียงดังจากคนร่างโตโพล่ขึ้น แหกปากโวยวายซะจริง ๆ ผมไม่ชอบมันเลย
                อะเอ่อข้าขอโทษที่ทำให้เอะอะกันขอโทษตามมารยาทเท่านั้นล่ะ
                ท่านไม่ต้องขอโทษหรอก หัวหน้าอย่างท่านทำอะไรย่อมไม่ผิดอยู่แล้วแบบนี้มันประชดกันชัด ๆ
เท่าที่เห็นแล้วเหมือนการประชุม ครั้งนี้ผมคงเป็นคนสำคัญมาก ๆ แล้วผสมกับการที่มันเรียกผมว่าท่านด้วยแล้วในที่นี้ผมคงจะมีตำแหน่งหรือยศมากที่สุด แล้วไอ้การพูดแบบตำหนิตำเตียนแบบนี้มันอะไรกัน
                เริ่มกันได้รึยังข้ายังไม่ได้ไปดูกองเอกสารที่กองเป็นภูเขาที่ห้องทำงานข้านะไอ้เจ้าร่างยักษ์ว่า ทุกคนก็เดินไปเข้าที่รวมทั้งเจ้าไวท์ด้วย เหมือนในที่นี้จะมีสมาชิกกันทั้งสิ้น 8 คนมี ไวท์ อันเซียร์ ไอ้คนที่ยิ้มน่าขนลุก ไอ้ร่างยักษ์ แล้วก็คนที่นั่งงิมๆ2 คนแล้วคนที่นั่งหลับอย่างสบายใจอีกคน และผมกับอาเธอร์
                งั้นก็เริ่มกันเลยแล้วกัน ทุกคนวุ่นวายกันมากในสภาพที่หัวหน้าเบลเลอ โรฟอนไม่อยู่ที่นี่ ทำในงานทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดการคัดเลือกทหารเข้ามาในวังก็ถูกเลื่อนแล้วยังงานเอกสารอีกมากมายเอ่อผมไม่อยากเชื่อไวท์มันจะพูดอะไรเป็นทางการกับเขาเป็นด้วย ว่าเสร็จมันก็เดิมไปนั่งที่แล้วมองผมเหมือนอยากรู้คำตอบจากปากผมเอง
                เอ่อผม...เอ้ยข้าจำไม่ได้หรอกนะว่าข้ามีความสำคัญกับที่นี่มากขนาดไหนแล้วข้าก็ไม่เคยเห็นพวกเจ้ามาก่อนพูดเสร็จผมมองไปที่ ๆ คนที่แผ่รัศมีความน่ากลัวมากที่สุดคือไอ้เจ้าร่างยักษ์ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะจำอะไรไม่ได้ มันคิดแบบนี้แหง่ๆเลย
                ท่านไวท์ ท่าคงไม่ว่าอะไรถ้าข้าจะทำการต่อไปที่ไม่สมควรเท่าไรไอ้ตัวยักษ์ว่าพล่างมองมาทางผม เอาแล้วมันคิดอะไรผมดูไม่ออกหรอกนะ แต่อย่าคิดพิเลนๆแล้วกัน
                ถ้ามันไม่เกินกว่าที่ข้าจะรับได้ เจ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะเอิร์ลเกรย์ว่าแล้วไอ้เจ้าคนที่ชื่อไวท์ที่มันทำตีสนิทผมเมื่อกี้ก็เหมือนกันหมดอะไรตายอยาก พอรู้ว่าผมความจำเสื่อม ผมมองเจ้ายักษ์ใหญ่นั่นอีกรอบสายตามันก็ยังคงแผ่รังสีน่ากลัวออกมาไม่หยุด ผมเลิกคิดที่จะเดาใจมันแล้วละสายตา แต่แล้วจู่ ๆ ความรู้สึกเหมือนอะไรอะไรวาบๆที่ต้นคอ โลหะที่เงินที่ตีอย่างดี มันเงางามและสะท้อนใบหน้าของผมได้ เอ้ยไม่ใช่เรื่องจะพูดแบบนี้มันเอาดาบมาจอคอผม!!!
                “เอิร์ลใจเย็น ๆ ก่อนโร จำอะไรไม่ได้จริง ๆ เจ้าก็เห็นแล้วนี่น่า ทำอะไรต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย โทษมันร้ายแรงนะคนที่พูดคือไวท์สีตาตื่นตะหนอย่างมากเช่นเดียวกันคนอื่น ที่ทำสีหน้าตำใจไม่คิดว่าไอ้เจ้ายักษ์มันจะทำอะไรแบบนี้
                ข้าขออภัยด้วยท่านรองแต่ข้าอยากรู้จริง ๆว่าท่านโรฟอนได้กล่าวปดเพื่อโยนภาระหน้าที่มาให้พวกเราหรือไม่
                “ข้าไม่ได้พูดโกหกนะ ข้าก็บอกไปแล้วไงว่าข้าจำอะไรไม่ได้เลย เจ้าจะฆ่าข้ายังไงข้าก็จำอะไรไม่ได้อยู่ดีผมแหกปากโวยวายถึงจะพูดแบบนั้นผมก็ไม่ได้อยากโดนฆ่าจริง ๆ หรอกนะ
                “เห็นไหมเอิร์ล โรน่ะจำอะไรไม่ได้หรอก อย่าทำแบบนี้เลยปล่อยโรเถอะข้าขอร้อง
                ได้ ข้าก็คิดว่าคงเป็นแบบนั้น ถ้ามาอยู่ต่อหน้าคมดาบของข้าแล้วยังโกหกได้ คงจะไม่ใช่มนุษย์แล้วว่าจบมันก็เอาดาบที่จออยู่จนใส่กับลูกกระเดือกผมออก
                ข้าขออภัยด้วยกับการกระทำที่ไร้มารยาทแบบนั้นมันเก็บดาบแล้วว่าขึ้น
                อ่ะ เอ่อผมตอบอะไรไม่ได้มากกว่านี้ เพราะไอ้ความรู้สึกแบบที่ดาบมาอยู่ใกล้จนน่ากลัวนั่นมันทำให้ผมถึงกับปากแข็งเลยทีเดียว
                งั้นจบเรื่องที่พวกเจ้าสงสัยกันแล้ว ข้าขอให้พวกเจ้ากลับไปประจำการ แล้วก็ทำงานตามภารกิจหน้าที่ด้วย ข้ากับข้ากับไดเล็กช่วยสอนงานให้กับ โร เอง แยกย้ายได้เมื่อจบคำสั่งของ ไวท์แล้วทุกคนก็แยกย้ายเดินออกจาห้องโถงที่ทำการประชุมไป เหลือเพียงผม ไวน์กับ คนท่าทางงิม ๆ ที่ชื่อไดเล็ก เป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆใส่ชุดเหมือนกับทุกคนๆแต่มีฮุดปิดหน้าปิดตาอยู่ตลอดเวลา รู้แต่เป็นคนหิวขาวมากๆ ขาวราวกับหิมะเลยมั่ง
                โร งั้นจะพาเจ้าเดินไปป้อมเอกสารแล้วกันไวท์พูด
                ...ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าเป็นการรับรู้ ใช้เวลาเดินไม่นานผมก็มาถึงป้อมเอกสารที่ไวท์ว่า ดูเป็นป้อมเหมือนที่ผ่านๆ แต่มีเวรยามเยอะเอาการ เพราะว่าคงมีเอกสารสำคัญๆของเมืองละมั่ง ผมเดา
                ไร รู้ไหมตอนที่เจ้าไม่อยู่ข้ากับเอิร์ลและไดเล็กต้องจัดการกับเอกสารของเจ้าตลอดเลย แล้วมันไม่น้อยเลยนะมันพยายามชวนผมคุย แต่ทำไมต้องเป็นเรื่องาน หาเรื่องคุยที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ได้แล้วรึไง ไอ้บ้างานนี้
                อธิบายไปข้าก็ไม่รู้เรื่องหรอกนะ เอกสารแล้วต้องทำเอกสารด้วยเหรอ?อ่ะพูดเรื่องงานมาผมก็ยินดีที่จะพูดเรื่องงานกลับไปบ้าง
                ก็ใช่น่ะสิ เอกสารเกี่ยวกับเมือง ประชาชน การทหาร และก็อื่นที่เยอะแยะ
                อืม ๆ
                ถึงแล้วมันว่า ผมมองห้องที่ถูกเปิดประตูไว้ ผมเดินตามไวท์เข้าไป สภาเหมือนกับห้องเห็บเอกสารยังไงอย่างั้นมองแทบไม่เห็นคนที่นั่งทำงายอยู่ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้สังเกตดีๆ เอกสารที่กองอยู่ทั่วทุกที่ในอาณาเขตของห้อง โต๊ะที่วางเป็นระเบียงอยู่ 4 ตัวที่มีเอกสารกองอยู่เหลือล้น มีบุคคลอยู่ทำงานอยู่เพียงหนึ่งคนเท่า ผมคิดว่าคนที่ทำงานพวกเอกสารพวกนี้คงจะเป็นไวท์ ง่ายๆก็คงเป็นพวกหัวหน้าทั้งนั้น แล้วเบื้อหน้าคือไวท์ที่กำลังสาธยายงานของหัวหน้าอย่างผมให้ฟัง ต่อยู่ความรู้สึกเจ็บก็แวบขึ้นที่อก มันเหมือนใครเอามาอะไรมาแทง ตาเริ่มพล่ามัวไปหมดแล้ความรู้สึกเหมือนมีคนมารับตัวข้าเอาไว้ แต่ผมมองไม่ออกว่าเป็นใครแต่คนๆนั้นกำลังตะโกนเรียกผมว่าโรอย่างบ้าครั่ง แล้วทุกอย่างก็มืดสนิทไป

----- jiro ------
บทที่ 1 UP 100%

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

บทนำ 100%


แสงตะวันโผล่ออกจากของฟ้า ดาวตะวันสีแดงป่นส้มเข้มเริ่มครอบครองพื้นที่ที่เคยมืดสนิท พระจันทร์ที่เคยลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าในยามค่ำคืนค่อย ๆ ถูกแสงของดวงตะวันกลบ ทันใดนั้นเสียงที่น่ารำคาญที่เราเรียกมันว่า นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น
 โอ๊ยเวลาหลับเวลานอนมันชั่งน้อยจริง ๆผมสบถพร้อมกับใช้มือปัดนาฬิกาที่กำลังส่งเสียงน่ารำคาญลงไปตั้งตะง่าอยู่บนพื้น แต่มันก็ไม่กระทบกระเทือนแต่อย่างไร ผมกำลังคิดว่าขนาดได้มันมาฟรีแล้วยังใช้ได้ดีซะขนาดนี้ถ้าผมไปซื้อมันมาเองแล้วล่ะก็ผมว่าปาตกน้ำไปแล้วมันก็ยังส่งเสียงอันน่ารำคาญได้อีกเป็นแน่ ในขณะที่ผมกำลังบ่นด่านาฬิกาปลุกจอมอึดของผมอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ทัยตื่นได้แล้วมันเช้าแล้วนะ ทัย ทัย เฮ้อ ๆ ทัย ๆ อยู่ได้น่ารำคาญจะเรียกอะไรกันนักหนา เสียงบ่นจากนอกประตูที่ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าเป็นใครก็ดังขึ้น ผมชันตัวลุกจากเตียงที่แสนจะนุ่มและอุ่น กึ้ย! พึงรู้สึกทำไมวันนี้มันหนาวแบบนี้ฟ่ะเนี้ย ผมมองซ้าย ขวาหาเสื้อโค๊ต แล้วก็เจอผมเดินไปหยิบเสื้อโค๊ตมาใส่แล้วก็พยายามเดินไปที่ประตูให้ช้าที่สุด ผมว่าข้างนอกมันต้องหนาวกว่านี้เป็นแน่ แล้วก็บิดลูกบิดประตูที่เย็นอย่างกะมีน้ำแข็งมาเกาะเปิดออก
อะไรของแกเนี้ยะปลุกแต่เช้าเลย เห็นใจคนนอนดึกหน่อยสิผมสบถใส่ไอ้คนที่ยืนอยู่ทำหน้านิ่งเหมือนหุ่นไม้ ผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีดำสนิทมืดมิดและโคตรจะมืดมน เอ่อผมลืมบอกไปมันเป็นพี่ผมชื่อคิว อายุ 18 ปีแก่กว่าผมปีหนึ่ง แต่จะไม่จำว่ามันเป็นพี่ผมก็ได้นะ ผมก็ไม่นับถือมันเป็นพี่หรอก
 เมื่อไรจะตื่นเช้าเหมือนคนอื่นเขาบ้างซักทีมันบ่นแล้วมองหน้าผมที่ยังไม่ทันจะตื่นเต็มตา ใช้มือขยี้ตาอย่างมึน ๆ กับการพึงตื่น เอ่อ ๆ รู้แล้ว ๆ 5 นาที 10 นาทีก็ไม่ได้จะรีบไปทำไมโรงเรียน มันไม่หนีแกหรอกน่าไอ้คนบ้าเรียนเอ๋ยผมพูดก่อนจะเมินมันเป็นเดินเข้าห้องมาแล้ว มันก็ละเมิดสิทธิเดินตามเข้าห้องมาอย่างหน้าตาเฉย
เฮ้ย ๆ เข้าห้องคนอื่นก็ขออนุญาตด้วยผมพูดแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในตู้เตรียมตัวจะอาบน้ำ “…..”  มันไม่ได้ตอบอะไรแค่เพียงมองหน้าผม จากนั้นผมก็ละสายตาจากมันแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ประมาณกว่ายี่สิบนาทีผมก็อาบน้ำเสร็จ ผมเดินออกมาจากห้องน้ำใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกอยู่ พอเงยหน้ามองที่ห้องก็เจอที่มนุษย์คนหนึ่งนอนอุตุอยู่ที่โซฟาตัวโปรด
แม้ ๆ กล้ามาพูดว่าชาวบ้านตื่นสายแล้วดูมันดิผมบ่นพรึพรำ แล้วสายตาผมก็ปะเจอกับกับปากกาเมจิกที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะทำงาน หึๆผมสะแหยะยิ้มอย่างน่าขนลุกชนิดที่ว่าใครเห็นมันคงไม่อยากเข้าใกล้ แล้วก็เดินไปหยิบปากกาเมจิกมาแล้วจัดการระบายลงบนหน้ามนุษย์ที่นอนสบายอยู่ ฮ่า ๆ ผมหัวเราะแต่ให้เงียบที่สุดไม่ให้เสียงรอดออกไป เดี่ยวมันจะตื่นซะ หลังจากนั้นผมก็แต่งตัวอย่างเร็วด้วยความเร็วแสง แล้วก็ลงไปชั้นล่างคิดเมนูอาหารเช้าที่จะเขมือบไว้ในหัวในขณะที่กำลังลงลิฟท์พอถึงชั้นที่หนึ่ง ก็มองหาที่นั่งแล้วก็เรียกพนักงานมาเพื่อจะสั่งอาหารเช้า แต่ผมจะสั่งของหวานเพิ่มดีไหมน่า ขณะที่กำลังคิดไอ้ขี้เก๊กเฮ้ยไม่สิ ทำไมมันตื่นเร็วจัง อย่าบอกนะว่ามันแกล้งหลับ ไม่ทันไรมันก็เดินมาถึงโต๊ะที่ผมนั่งอยู่
เผลอหลับไปแปบเดี่ยวแกล้งกันแรงนะ ปากกามันล้างออกกยากนะถ้าล้างออกยากแกก็ไม่มาเร็วขนาดนี้หรอก ผมบ่นในใจ แล้วผมก็พยายามทำหน้าสำนึกผิดเอาเมนูแบบเมื่อวาน 2 ชุดครับเฮ้ยมันสั่งอาหารตัดหน้าช้านนนนนนนนนนนนนน ค่ะรอซักครู่นะค่ะแล้วแม่พนักงานสวยก็เดินไป ฮือ ๆ อาหารเช้าที่แสนอร่อย ต้องกลายเป็นเมนูแสนจะเอื้อนอีกแล้วเหรอเนี้ยะ
เฮ้ยคิว แกอย่าสั่งอาหารตัดหน้าฉันดิฟ่ะผมแหกปากโวยวาย
อย่าพูดมาก คนจ่ายเงินฉันนะ
“….”เอ่อมันจ่ายจริง เฮ้ยไอ้ขี้โกง
แน่จริงก็เอาบัตรเครดิตฉันคืนมาดิเฟ้ย ยังไม่ทันที่ผมจะเถียงกับมันจบอาหารก็มาเสริฟ เฮ้ย ๆ แกจะรีบทำกันไปไหน อาหารเช้าวันนี้คือ Fettuccine with rock lobster เป็นเส้นเฟตตูชินี่ที่ทางทำเองนำมาผัดกับร็อคล็อบสเตอร์ ใส่มะเขือเทศเชอร์รี่ และใส่ไวท์ไวน์ซอส ชิมรสชาติเส้นเฟตตูชินี่เหนียวนุ่มเคล้ารสชาติซอสที่มีรสกลมกล่อมละเมียดลิ้น กินเข้ากับร็อคล็อบสเตอร์เนื้อหวาน แต่ผมกินไอ้นี่มัน 3 มื้อติด ๆ กันแล้ว
แกไม่เบื่อบ้างรึไงเนี้ยผมมองอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าสลับกับไอ้คนที่มันสั่งมาอย่าบ่นมากเมื่อกี้ทำหน้าหิวไม่ใช่เหรอกิน ๆ เข้าไปสิ
หน้าฉันจะกลายเป็นลูกมะเขือเทศแล้ว แต่กินเข้าไปอีกมื้อคงไม่ตายหรอกแล้วผมก็จัดการกับอาหารตรงหน้า แต่ก็ดูสึกได้ว่าไอ้ขี้เก๊กมันมองผมก่อนจะหยิบซ้อมกับมีดที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วกินตาม พอผมชัดการอาหารที่เอี้ยนแบบสุดจะทนเสร็จแล้ว ผมกับไอ้ขี้เก๊กก็เดินออกจากคอนโดเพื่อไปลานจอดรถ
รถรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์ไฮเอนด์เนียนที่ไอ้ขี้เก๊กพึงไปถ้อยมาก็มาจอดอยู่หน้าผม เมื่อจัดแจงขึ้นรถเสร็จเรียบร้อยรถก็ออกตัวอย่างเร็ว เฮ้ย ๆ ขับดี ๆ หน่อยดิอาหารเช้าฉันจะออกแล้วนะเฟ้ยผมบ่นเสียงดังในขณะที่ไอ้ขี้เก๊กขับรถแซงซ้ายแซงขวาแบบไม่เกรงใจใครหรือจะให้ขับแบบเมื่อวานมันตอบเสียงเรียบในขณะที่หน้ามองไปที่ถนน เอ่อ..ไม่ต้องฉันไม่อยากตายเมื่อจบประโยคผมก็นั่งนิ่งไม่พูดตลอดทาง ไม่นานนักเราก็มาถึงโรงเรียน ดีที่มาถึง ข้างหน้าเราก็ประตูบานมหึมามาพร้อมกับป้ายชื่อโรงเรียนที่ใหญ่ไม่แพ้กันซึ่งบ่งบอกถึงความมีระดับและหรูหรา เอ่อเอาง่ายๆ คือไอ้โรงเรียนนี้มันเวอร์  รถเลี้ยวเข้าประตูแล้วจอดให้ผมลง ให้ไอ้ขี้เก๊กเอารถที่จอดที่ลานจอดรถ ผมเดินไปหน้าที่ม้าหินอ่อนรอ
 ซักพักผมก็ได้ยินเสียง กรี๊ดดด พี่คิวมาแล้วล่ะเธอนักเรียนสาวประมาณราวๆ ผมพูดถึงในวงเพื่อนจริงเหรอ ๆเพื่อนอีกหลายคนก็มองไปยังไอ้ขี้เก๊กที่กำลังเดินมาหาผม ทัยไปได้แล้ว รู้สึกตัวอีกทีมันก็มาอยู่ตรงหน้าผมแล้วดึงผมลุกจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังตึกเรียนของแผนก ม.ปลาย ไปได้แล้วแกน่ะถึงหน้าตึกแล้วฉันไม่หลงหรอกน่าผมหยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ามาพูด เดินไปเถอะ ฉันอยากเห็นสภาพห้องเรียนของนายมันไม่คิดจะหยุดแถมเดินนำหน้าผมไปด้วยอีก แกรู้ว่าฉันเรียนห้องไหนรึไงเดินนำเชี่ยว  แล้วผมกับไอ้ขี้เก๊กก็เดินขึ้นบันไดมาหยุดอยู่หน้าห้อง ม.5/2มันพรึมพรำขึ้นพลางมองไปรอบ ๆ ห้อง ผมเดินเข้าห้องไปเอาประเป๋าวางที่โต๊ะอย่างทุก ๆ วัน ไปได้แล้วผมพูดไล่มันอีกครั้งงั้นห้าโมงจะรอที่รถพอพูดเสร็จมันก็เดินจากไปไม่สนใจว่าผมจะพูดอะไรต่อไหนและที่สำคัญ หน็อย!ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลจะเฟ้ยถึงจะให้แกมารับมาส่ง เฮ้ยทัย พี่นายมาส่งถึงห้องเลยเหรอดีว่ะเพื่อนในห้องคนหนึ่งมาจับที่ไหล่ผมแล้วพูดพร้อมกับขำไปด้วย เหมือนบอกนัย ๆ ว่าผมยังเหมือนเด็กอยู่ “…” ผมไม่ได้ตอบอะไรและคิดเพียงแค่นี่มันคือเสียงนกเสียงกาเท่านั้น แล้วเพื่อนกลุ่มอื่นก็พาหัวเราะไปด้วยไม่ต้องถามก็รู้ว่าอะไรหัวเราะเยาะผมอยู่ เสียงนกเสียงกา ๆ ผมพยายามพูดข่มตัวเองไม่ให้กำปันใส่หน้าไอ้คนที่เริ่มเรื่อง เพราะไม่งั้นผมก็คงไปนั่งเล่นที่ฝ่ายกิจกรรมนักเรียนอีกเป็นแน่ ในขณะที่ผมกำลังหาอะไรทำแก้เซ็งก็เจอเข้ากับคนรู้จัก
ดีป้ามาเดินทำอะไรแถวนี้เนี้ยแผนกของมหาฯลัยมันอยู่ทางโน้นไม่ใช่เหรอผมทักป้าไม่สิเขาเป็นเพื่อนพี่ที่รักผมเองชื่อคุ๊กกี้ อายุห่างจากผมก็หนึ่งปีและเหมือนป้านี่ก็ชอบพี่ที่เคารพของผมอยู่ด้วย
ฉันเดินเอาเอกสารการเรียนมาให้อาจารย์ยะเพ่งหน้าแตกเลยเราเล่นมุกป้าไม่เล่นด้วย
ใช่ ๆ ทัยวันนี้ฉันขอกลับบ้านด้วยได้ไหม พอดีมันนี้แม่ฉันมีธุระมารับไม่ได้แล้วป้าแกก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วจนผมตามไม่ทัน
รถเม ๆผมพูดบอกปัดฉันไม่เคยนั่งหรอก นะๆ ทัยให้ฉันกลับด้วยนะ ป้านี่ทำหน้าอ้อนผม เฮ้อจะเอาไงดี แต่บ้านป้าแกอยู่คนละทางกับคอนโดผมเลย ที่จะขอไปด้วยรู้หรอกว่าอยากจะนั่งรถกับคิว แต่เดี่ยวแบบนี้มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน หึ ๆ ผมคิดแผนอันชั้วร้ายในหัว
ก็ได้ ๆพอผมพูดเสร็จป้าแกก็ทำหน้าดีอกดีใจใหญ่
แต่
1อาทิตย์นี้ต้องทำการบ้านให้ฉันด้วย โอเครึเปล่าป้าแกคิดอะไรครู่หนึ่ง
ได้ ๆ เรื่องเล็กแล้วป้าแกก็ตกลง หึ ๆ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
ทุกวิชาผมเสริมอีก
            ได้ทุกวิชา เดี่ยวสิ! ถ้าทำให้เธอทุกวิชาแล้วฉันจะเอาเวลาไหนไปทำการบ้านฉันล่ะ
            แต่เมื่อกี้ป้าตกลงแล้วไม่รู้ล่ะผมพูดอย่างไม่สนใจคำคัดค้านแต่อย่างได
            ถ้าอย่างนั้นนายก็บอกคิวด้วยว่าฉันจะขอกลับบ้านด้วยทุกวันเลยแล้วกันแปลกับการทำการบ้านให้นายยัยป้านี่พูดเองเอ่อเองไปแล้วได้คืบจะเอาคอกรึไง
              ถ้ามันบอกว่าได้ฉันก็โอเคล่ะนะแต่ถ้ามันบอกว่าไม่ได้ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้นะป้า
              ย่ะว่าเสร็จป้าแกก็รีบเดินไป ผู้หญิงสมัยนี้เข้าใจยากชะมัด
ก่อนผมจะล่ะสายตาไปจากไปไม่ทันจะถึงสิบนาทีอาจารย์ที่จะสอยวิชาแรกก็เข้ามาอย่างพอดิบพอดี
              “ทุกคนทำความเคารพ
              สวัสดีครับ/ค่ะเฮ้อเป็นงี้ทุกทีเลยพอจะเริ่มเรียนก็ง่วงนอนทันทีเลย ตาลายหมดแล้วนอนเอาแรงก่อนดีกว่า เดี่ยววิชาต่อไปค่อยตั้งใจเรียนก็ได้